หน้าหลัก
ITA
LPA
ประกาศจากระบบ e-GP
หน้าหลัก
หน้าหลัก
ข้อมูลหน่วยงาน
ข้อมูลหน่วยงาน
บุคลากร
บุคลากร
ข่าวสาร
ข่าวสาร
แผน
แผน
รายงาน
รายงาน
ระเบียบ
ระเบียบ
บริการประชาชน
บริการประชาชน
 
''เมืองน่าอยู่ คู่ชุมชนเข้มแข็ง
เศรษฐกิจดี เกษตรอินทรีย์ ดูดีสิ่งแวดล้อม
พร้อมการศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่น''
วิสัยทัศน์ อบต.ชอนน้อย
ที่ทำการ อบต.ชอนน้อย
ทุ่งทานตะวันชอนน้อย
องค์การบริหารส่วนตำบล
ชอนน้อย
อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
รับเรื่องราวร้องเรียน / call center
โทร : 036-491-340
1
2
3
 
 
 
 
 
 
 
 
แผ่นดิน!อาบพิษ จะหยุดได้หรือไม่
 



ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์โรคติดเชื้อ โรคอุบัติใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถาม...

เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า “ยาฆ่าหญ้า...วัชพืช” ไม่มีหลักฐานว่าอันตรายต่อมนุษย์ และกำลังจะมีคณะอนุกรรมการตัดสินในเดือนนี้

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกว่า เป็นเรื่องประหลาดใจเมื่อค้นข้อมูลโดยใช้เวลาไม่มาก ปรากฏว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์มากมาย ทั้งที่มีการติดตามผู้ที่สัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้และเป็นการศึกษาในห้องปฏิบัติการในระดับเซลล์และในระดับยีน

พบตรงกันว่า...สารเหล่านี้มีพิษในระยะยาวและก่อให้เกิดโรคทางสมองที่รักษาไม่ได้ ได้แก่ โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม และอาจจะเกี่ยวพันกับมะเร็ง

ในปี 1985 ขณะที่ผมอยู่ที่โรงพยาบาลจอห์นส์ ฮอปกินส์ ได้ฟังการบรรยายจากผู้ที่ค้นพบว่าสาร MPTP สามารถทำให้เกิดโรคพาร์กินสันอย่างเฉียบพลันได้ ทั้งนี้ โดยการสืบสวนจากผู้ป่วยที่ติดเฮโร * * * นและได้ไปฉีดเฮโร * * * นสังเคราะห์ชนิดใหม่ที่ผลิตขึ้นโดยคนสมองใส โดยที่สารสังเคราะห์ตัวใหม่ปนเปื้อนด้วยสาร MPTP ซึ่งเลือกเจาะจงทำลายเซลล์ประสาทที่บริเวณก้านสมองส่วนบนซึ่งมีหน้าที่สร้าง...“สารโดปามีน”

และสาร MPTP นี่เองมีโครงสร้างเหมือนกับยาฆ่าหญ้าพาราควอต

“การที่มีการทำลายเซลล์สมองที่ตำแหน่งนี้จะทำให้เหมือนกับขาดน้ำมันหล่อลื่นทำให้เกิดอาการแข็งเกร็ง เคลื่อนไหวช้า โดยที่อาจมีอาการสั่นร่วมด้วย และถ้าโรครุนแรงจะถึงกับเคลื่อนไหวไม่ได้”

และ...นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีการเฝ้าติดตามผู้ที่สัมผัสกับยาฆ่าหญ้าชนิดต่างๆตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา โดยมีรายงานที่เปรียบเทียบผลจากรายงานที่มีมาก่อนหน้านั้นทางสถิติ และพบว่า ผู้ที่สัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าหญ้าและวัชพืชเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคพาร์กินสันเพิ่มขึ้น

ในปี 2006 มีการรายงานผลจากการติดตามผู้ที่สัมผัสกับสารเคมีเหล่านี้ในการติดตามเป็นเวลา 9 ปี และสรุปผลว่ามีความเสี่ยงจากการเกิดโรคพาร์กินสันเพิ่มขึ้นถึง 70% และในเวลาต่อมาได้พิสูจน์ว่าพาราควอตเป็นตัวสำคัญและทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า

ในรายงานจากสมาคมแพทย์ทางระบบประสาทของสหรัฐฯ หลายรายงาน ในปี 2011 โดยที่ 17 ใน 19 รายงาน มีผลสรุปตรงกันว่าเพิ่มความเสี่ยงขึ้น 3 เท่า และในปี 2013 มีการตีพิมพ์รายงานเป็น 100 ชิ้นจากทั่วโลก ซึ่งมีข้อสรุปตรงกันในการเกิดโรคพาร์กินสันเพิ่มขึ้นจากสารเคมีเหล่านี้

รวมทั้งการวิเคราะห์จากรายงานต่างๆเพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดโรคพาร์กินสันและการที่มีความเปลี่ยนแปลงในระดับยีน เมื่อมีการสัมผัสหรือปนเปื้อนยาฆ่าหญ้าและวัชพืชในสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า สารเคมีที่ปนเปื้อนเหล่านี้ทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญในการเกิด “โรคพาร์กินสัน”

รายงานสรุปในวารสาร Scientific American 2014 ได้กล่าวถึงกลไกในการทำลายเซลล์ประสาท โดยที่อาจจะเกิดจากการที่มีการสร้างอนุมูลอิสระพิษมากขึ้น และโดยอาจที่ผ่านกลไกในการยับยั้งเอนไซม์ ALDH ซึ่งมีหน้าที่ในกระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมัน โปรตีน รวมทั้งของเสียเช่นแอลกอฮอล์

ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับคนที่มียีนของ ALDH ผิดแผกแตกต่างกันออกไปยิ่งจะทำให้หน้าที่ในการทำงานเสียยิ่งขึ้นไป * * * กเมื่อไปเจอกับสารเคมีฆ่าหญ้าและวัชพืชเหล่านี้

หน้าที่สำคัญ * * * กประการหนึ่งของเอนไซม์นี้ คือการสลายพิษของ DOPAL ซึ่งเป็นผลผลิตของโดปามีน และจะเกิดการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจนไปทำลายเซลล์ประสาทที่สร้างโดปามีน

จากการค้นพบดังกล่าว จึงได้มีการศึกษายาฆ่าหญ้า 26 ชนิดที่มีการจำหน่าย โดยที่ 11 ชนิดมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์
ดังกล่าว...โดยที่ 8 ใน 11 ชนิดมีการใช้อยู่ในแถบของแคลิฟอร์เนีย

ซึ่ง...มีผู้ที่เกิดเป็นพาร์กินสันในการศึกษานี้

และอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2011 จนถึง 2018 มีการศึกษาโดยใช้พยาธิตัวกลมซึ่งมีกระจุกประสาทแบบเดียวกันกับคน และพบว่า... “สารพาราควอต” และ “ไกลโฟเสท” มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ประสาทที่สร้างสารโดปามีน นอกจากนั้น ในปี 2017 มีการรวบรวมรายงานทั้งหมดในคน...ทำการพิเคราะห์ในเชิงสถิติจากผลงานการศึกษาที่ผ่านมา ถ้าสามารถได้ข้อสรุปชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าหญ้ากับการเกิดโรคพาร์กินสัน

สารพาราควอตถูกแบนใน 48 ประเทศในเอเชียซึ่งรวมทั้งประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตแต่ไม่ให้ใช้ มีการแบนในประเทศลาว เขมร เวียดนาม ศรีลังกา

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ย้ำว่า เรื่องยาฆ่าหญ้าเหล่านี้พวกเราที่เรียนหมอจะเห็นคนตายอย่างทรมานหลายราย ที่พลาดสัมผัสผิวหนังหรือกินโดยอุบัติเหตุและตายทรมานจากเนื้อปอดเป็นพังผืด ตับวายและไตวาย

ต่อมา...มีการใช้โดยให้มีการปกปิดร่างกายมิดชิดแต่ก็ยังมีการสัมผัสผิวหนังและตกค้างอยู่ในไร่นา ในน้ำที่ขัง ชาวไร่ชาวสวนย่ำน้ำที่มีสารปนเปื้อนเหล่านี้

เฉพาะที่จังหวัดหนองบัวลำภู ที่โรงพยาบาลจังหวัดมีคนไข้ 100 กว่ารายในหนึ่งปี และเสียชีวิต 6 รายด้วยขาเน่าและมีติดเชื้อซ้ำซ้อน หลายรายต้องตัดขาทิ้ง

ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีประกาศในปัจจุบันนี้จัดพาราควอต ให้เป็นยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในมนุษย์และไม่มียาแก้พิษ การที่เกษตรกรในสหรัฐฯจะนำไปใช้จะต้องได้รับการอบรมอย่างเข้มงวดและจะต้องมีการขึ้นทะเบียน นอกจากนั้นยังมีการตรวจสอบเป็นระยะ

ถึงตรงนี้...ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อต่ออายุหรือไม่ ยังคงประกาศว่าไม่มีหลักฐานถึงอันตรายที่มีต่อมนุษย์ ก็อาจจำเป็นต้องอธิบายว่าทำไมประเทศต่างๆเกือบ 50 ประเทศไม่ให้มีการใช้สารพิษเหล่านี้

“จริงอยู่...อันตรายจะลดน้อยลงมากถ้าการใช้มีการระวังขั้นสูงสุดในการปกปิดมิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสัมผัส แต่ถ้ามีการเลินเล่อ หรืออุบัติเหตุ...จะเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือเกิดโรคทางสมองในภายหลังและยังต้องคำนึงถึงการตกค้างสะสมในสิ่งแวดล้อม รวมกระทั่งถึงในพืชผักผลไม้ที่คนไทยทั้งประเทศต้องกินและต้องเผชิญกับโรคที่รักษาไม่ได้เลยในอนาคต”

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์โรคติดเชื้อโรคอุบัติใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งคำถามทิ้งท้าย
คุ้มแล้วหรือ? และไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?...ที่ปลอดภัยกว่าทั้งๆที่รู้ว่ามีอันตรายแฝงอยู่ตลอดมาเกือบ 20 ปี.

https://www.thairath.co.th/media/CiHZjUdJ5HPNXJ92GRiVR3excq6LQKHWKC.jpg


เขียนโดย   คุณ https://www.thairath.co.th/content/1253599

วันที่ 4 มิ.ย. 2561 เวลา 11.21 น. [ IP : 49.48.249.136 ]  
 
     
: รายละเอียด  
 
: แนบไฟล์  
      ขนาดไฟล์ไม่เกิน 2 MB
 
: ชื่อผู้เขียน  
 
 
  กรุณาติ๊กถูก ที่ช่องด้านบนค่ะ
 
 
 
 
  (1)  
 
 
 
 
 
องค์การบริหารส่วนตำบลชอนน้อย อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ๑๕๑๔๐
โทรศัพท์ : ๐-๓๖๔๙-๑๓๔๐ โทรสาร : ๐-๓๖๔๙-๑๓๔๐
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2551 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 องค์การบริหารส่วนตำบลชอนน้อย
จำนวนผู้เข้าชม 2,240,543 เริ่มนับ 29 ส.ค. 2554 จัดทำโดย : NAXsolution.com
เริ่มนับ วันที่ 29 ส.ค. 2554
นโยบายเว็บไซต์ | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ | แผนผังเว็บไซต์
Version ขั้นต่ำของ Browser IE9 / Firefox 3.5 / Chrome / Safari4 / Opera10